น้ำตาล เล่าชีวิตในวัยเด็ก กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย

กว่าจะมีวันนี้ น้ำตาล ชลิตา เผยชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่แยกทาง แม่พาไปขอข้าววัดกิน ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ

นางงามสาว น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ เปิดใจเรื่องราวในชีวิตที่น้อยคนจะรู้ว่า กว่าจะมีวันนี้ชีวิตผ่านความลำบากมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง แม่พาไปขอข้าววัดกิน ลำบากมาตั้งแต่เด็กทำงานทุกอย่างเพื่อช่วยแบ่งเบาแม่ โดยเจ้าตัวมาเปิดใจทุกเรื่องทุกประเด็นในรายการคุนแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ผมสั้นแล้วแซ่บขึ้น? “คนก็ทักเยอะว่าเปลี่ยนลุกส์ แต่ส่วนใหญ่คนจะเสียดายเพราะเราผมยาว เราชอบรู้สึกว่ามีเวลาในการนอนมากขึ้น สระผมเป่าแล้วแห้งง่าย”

ไม่เคยเจอพ่อแท้ๆ เลย? “ไม่เคยเลยตั้งแต่เกิด เขาอาจจะเลี้ยงหนูตอนเด็กมากๆ เราโตขึ้นมาก็ไม่รู้แล้วว่ามีพ่อ เราอยู่กับแม่มาตลอดจนไม่รู้สึกขาดอะไร คุณพ่อก็มีติดต่อมาบ้างผ่านพี่นุ่ม (ผู้จัดการ) แต่หนูก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรหรือเรียกยังไงเพราะเราไม่มีความรู้สึกว่าเราขาดตรงนั้น เลยไม่รู้ว่าจะคุยอะไร ณ ตอนนี้ค่ะ เขาบอกผ่านทางพี่นุ่มว่าอยากคุยอยากเจอหน้า แต่เรารู้สึกว่าถ้าอยากเจอมันก็น่าจะตั้งแต่เด็กแล้วที่เรายังเรียนอยู่หรือที่เราลำบากอยู่ เขาน่าจะเอื้อมมือมาช่วยเราตรงนั้นแล้ว แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราผ่านความลำบากกับแม่มาในทุกๆ ช่วงในชีวิตมาเยอะมาก มันทำให้เรารู้สึกไม่ได้ขาดความอบอุ่นทางด้านครอบครัว”

น้อยใจหรือโกรธไหม? “ไม่น้อยใจเลยค่ะ เพราะว่าแม่เติมเต็มตรงส่วนที่เราขาดให้ได้ดีมากๆ แล้ว ไม่ได้รู้สึกโกรธไม่ได้รู้สึกเกลียด ไม่รู้สึกอะไรเลยตอนนี้”

พ่อพยายามติดต่อมาหลายครั้ง หลังจากนี้จะมีโอกาสได้เจอกันไหม? “หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน บอกไม่ถูก ถามว่าอยากเจอไหม หนูรู้สึกว่าไม่ได้อยากจะเจออะไรตรงนั้นแล้ว ไม่รู้จะทำตัวยังไง ทุกวันนี้พ่อที่อยู่กับหนูเขาก็ดูแลครอบครัวช่วยดูน้องดูแม่ก็โอเคแล้ว”

ก่อนหน้านี้เคยคุยกับแม่ไหมว่าอยากเจอคุณพ่อ? “ไม่เคยได้ถามเลยค่ะ เพราะว่าตลอดระยะเวลาชีวิตที่ผ่านมาเราต้องอยู่กับแม่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เราไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องตรงนั้น”

บอกแม่ไหมว่าพ่อติดต่อมา? “บอกค่ะ แม่แล้วแต่หนูเลยว่าอยากคุยหรือเปล่าหรืออะไรยังไง”

ถ้าพ่อดูอยู่เขาจะเสียใจไหม? “หนูก็ไม่รู้จะพูดยังไงอาจจะมีนิดนึง ก็ขอบคุณที่ทำให้หนูเกิดมา แล้วมายืนอยู่ตรงนี้ได้เหมือนกัน”

โดนเพื่อนล้อไหมตอนเด็ก? “ไม่มีนะคะ เราไม่ได้เปิดเผยครอบครัว โชคดีที่เพื่อนรอบๆ กายเราไม่ได้มีความรู้สึกต้องมานั่งล้อว่าไม่มีพ่อ ขาดความอบอุ่น ไม่มีค่ะ”

มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคุณพ่อบ้าง ทำงานอะไรหรืออยู่ที่ไหน คุณแม่เล่าให้ฟังบ้างไหม? “ไม่เคยเลยค่ะ ส่วนใหญ่คุณแม่ทำงาน แม่ไปออกรอบเป็นแคดดี้ทั้งวันแล้ว หนูก็ไปเป็นแม่บ้านแทนแม่ทั้งวันแล้วกลับมานั่งกินข้าวกันแล้วก็นอน”

ลำบากตั้งแต่เด็ก? “แม่เคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆ ที่ออกมาจากพ่อ แม่เอาหนูมาคนเดียวไม่มีเงินสักบาท ต้องไปขอข้าววัดกิน ไปให้ป้าช่วย ให้เพื่อนๆ แม่ช่วย ชีวิตแม่กับหนูจะมีอุปสรรคในทุกๆ ช่วงตลอดที่โตมาเลย แม่เจอเพื่อนโกง พอผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนลำบากขึ้น เราเจอหลายๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ต้องไปอยู่ห้องแถวสังกะสีช่วงประถม มัธยม ตอนนั้นมันเหนื่อยจนน้อยใจโชคชะตามาก”

เหนื่อยยังไงบ้าง? “แม่ไปทำงาน ถ้าวันไหนว่างจากแคดดี้แม่จะไปขับแท็กซี่หรือไปเป็นกระเป๋ารถเมล์ หนูเองจะไปเป็นแม่บ้านแทนแม่ ไปทำงานที่โบสถ์ที่ทองหล่อ ทำมาเรื่อยๆ ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อย เราเป็นเด็กเรากลัวการเดินทางไม่รู้เส้นทางเราจะกลัว เหนื่อยก็เหนื่อยไหนจะมากลัวว่าเลยป้ายไหมต้องลงตรงไหน ค่อนข้างเครียดตอนนั้นทำอยู่นาน เพิ่งมาทำสนามบินตอนช่วงม.3”

รายได้พอค่าใช้จ่ายตอนนั้นไหม? “พอหาเช้ากินค่ำ พอในตรงนั้นแต่เราไม่ได้มีเงินเก็บ หนูไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวหรือไปเล่นกับเพื่อนเลย เราพยายามตั้งใจเรียนอยู่ห้องคิงมาตลอด วิทย์-คณิต เราเป็นคนใฝ่มากกว่า พยายามขยันให้เท่ากับคนเก่ง”

อิจฉาเพื่อนรอบข้างไหม เขาได้ใช้ชีวิต ได้ไปเที่ยว? “ก็แอบน้อยใจบ้างในบางช่วง แต่ตอนนั้นเราก็รู้สึกสนุกกับการทำงาน ได้สอนชีวิตเราตั้งแต่เด็กเหมือนกันในการมีระเบียบรู้จักคิด บางคนอาจจะไม่เคยทำในสิ่งที่เราทำตอนอายุนั้นก็ได้ พอโตขึ้นมาเราพยายามหางานที่มันต่อกับความรู้ของเราได้ เช่น ทำงานในสนามบินก็ช่วยในเรื่องการพูดภาษาอังกฤษ”

มีช่วงท้อ แอบร้องไห้คนเดียวบ้างไหม? “มีค่ะ ช่วงที่นั่งรถไปทำงานนั่นแหละ มันเหนื่อยมากนะคะทำงานมาทั้งวัน ส่วนคุณแม่เขาไม่ค่อยแสดงให้เราเห็น เขาบอกว่าเขาเหนื่อย แต่เขาพยายามสู้เพื่อหนู หนูเลยรู้สึกว่าแม่ยังสู้เพื่อเราเลยทำไมเราจะสู้เพื่อแม่ไม่ได้”

ตอนเด็กทำไมย้ายโรงเรียนบ่อย? “แม่หนูทำงานหลายที่มาก ถ้าแม่ไปทำงานต่างจังหวัดหนูก็ต้องย้ายไปต่างจังหวัดเรียนที่นู่นด้วย เพื่ออยู่ใกล้แม่อยู่กับแม่ ย้ายโรงเรียนบ่อยมากจนจำไม่ได้”

ลำบากสุดๆ ช่วงไหน? “ก็น่าจะช่วงตอนประถม-มัธยมนี่แหละ พอหนูโตขึ้นหนูก็ต้องทำหลายอย่างมากขึ้น เรียนก็หนักด้วย”

แม่บอกไหมช่วงที่เหนื่อยมากๆ กำลังใจมากจากไหน? “มาจากหนูนี่แหละค่ะ แม่เขาอยากให้หนูโตมามีหน้าที่การงานที่ดี ได้ทำงานที่มั่นคง มีชีวิตที่มั่นคง”

ทุกวันนี้ห่วงอะไรแม่บ้าง? “ห่วงเรื่องสุขภาพ เพราะเมื่อก่อนแม่อ้วนมากแล้วเจ็บเข่า พยายามบอกแม่ให้ลดน้ำหนัก พยายามออกกำลังกาย ผอมลงแล้วค่ะ”

สมัยก่อนเราดื้อไหม? “เราก็รู้สึกว่าดื้อในระดับหนึ่งเหมือนกัน แบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปอยากไปเที่ยว สอบเสร็จเร็วก็ไปห้างกับเพื่อน แต่ไม่มีเรื่องเพราะเราไม่อยากใช้ชีวิตให้แม่ต้องมานั่งลำบากใจ”

Back to top button